บทความ

24พ.ย.

การสะท้อนแสงของเพชรแท้ ตัวกำหนดมูลค่าของเพชรที่ไม่ควรมองข้าม

บทความ | 379 วิว

การสะท้อนแสงของเพชรแท้ ตัวกำหนดมูลค่าของเพชรที่ไม่ควรมองข้าม

การสะท้อนแสงของเพชรแท้ หรือ Light Performance เป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดมูลค่าให้กับเพชรเม็ดงาม หากคุณเป็นผู้ที่หลงใหลในความสวยงาม การเล่นแสงของเพชร คงต้องมาทำความรู้จักกับ Light Performance กันให้มากขึ้น บทความนี้ Aurora Diamond จะพาไปทำความรู้จักกับการสะท้อนแสงของเพชรกันให้มากขึ้น เพื่อหาคำตอบว่า Light Performance คืออะไร อะไรคือตัวกำหนดความต่าง และมีหลักการแบ่งเกรดอย่างไร เพื่อให้การดูเพชรดูสูงขึ้นไปอีกระดับ

 

ทำความรู้จัก Light Performance การสะท้อนแสงของเพชรแท้ คืออะไร

 

ทำความรู้จัก Light Performance การสะท้อนแสงของเพชรแท้ คืออะไร

การสะท้อนแสงของเพชรแท้ หรือ Light Performance เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เพชรมีราคามากขึ้น เพราะส่งผลต่อความสวยงามของเพชรเม็ดนั้นๆ ในการเลือกซื้อเพชรแต่ละครั้ง จึงควรพิจารณาในเรื่องของการสะท้อนแสงของเพชร ที่นอกเหนือจากการพิจารณาหลัก 4Cs ซึ่งประกอบไปด้วย Carat (กะรัต) Cut (การเจียระไน) Color (สี) และ Clarity (ความสะอาด)

การสะท้อนแสงของเพชร คือ ตัวชี้วัด และสะท้อนถึงคุณภาพของการเจียระไนเพชรในแต่ละเม็ด รวมไปถึงเรื่องสัดส่วน ความสมมาตร และความละเอียดปราณีต ปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อการสะท้อนแสง และการหักเหของแสง เพชรที่มีคุณภาพ คือ เพชรสะท้อนแสงได้อย่างสวยงาม รวมไปถึงมีการรั่วของแสงที่ไม่จำเป็น หรือ Light Leakage น้อยที่สุด
 

ตัวกำหนดความต่างของ Light Performance มีอะไรบ้าง
 

ตัวกำหนดความต่างของ Light Performance มีอะไรบ้าง

ความงดงามของเพชร คือ เอกลักษณ์ที่มีความแตกต่างกันไปของเพชรแต่ละเม็ด การเล่นแสงระยิบระยับของเพชรแต่ละเม็ดนั้น เป็นตัวเพิ่มมูลค่าให้กับเพชรเม็ดงาม แล้วอะไรกันคือสิ่งที่ทำให้เพชรเม็ดนั้นมีมูลค่ามากกว่าเพชรเม็ดอื่นๆ? คำตอบก็คือ Light Performance นั่นเอง ซึ่งการประกายแสงของเพชรที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับตัวกำหนดหลักๆ ดังนี้ 

การเจียระไนของตัวเพชร

เพชรแต่ละเม็ดนั้น มีคุณสมบัติตามธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ รูปร่าง (Shape) ขนาด (Size) ความสะอาด (Clarity) และสี (Color) ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ก็เปรียบเสมือนเอกลักษณ์ของเพชรที่สร้างความแตกต่างให้กับเพชรแต่ละเม็ด ก่อนที่เพชรจะออกมาในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ก็ต้องผ่านการเจียระไนเสียก่อน ซึ่งการเจียระไนผสานกับคุณสมบัติของเพชร กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดความต่างของการสะท้อนของเพชรแท้ หรือ Light Performance นั่นเอง

ความสะอาด และสีของตัวเพชร

ความสะอาด (Clarity) และสี (Color) ของตัวเพชรส่งผลต่อ Light Performance จากการสะท้อนกลับของแสงจากเพชรมาสู่ตาของเรา ซึ่งเป็นผลมาจากประเภท ขนาด เอกลักษณ์บริเวณตำหนิของเพชร และเกรดสีที่ต่ำก็ส่งผลต่อเฉดสีที่สะท้อนออกมาจากตัวเพชร เพชรที่มีสีขาว และสว่าง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายแสงของเพชรได้ดีกว่า
 

ตัวกำหนดความต่างของ Light Performance มีอะไรบ้าง
 

ตัวแปรสำคัญของ Light Performance มีอะไรบ้าง

เพื่อที่จะเข้าใจถึง Light Performance มากขึ้น ก็ต้องไปทำความรู้จักกับรูปแบบการกระจายแสงของเพชรกันก่อน ซึ่งหลักๆ แล้ว Light Performance สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 รูปแบบ ดังต่อไปนี้ 

ประกายแสง (Brilliance)

ประกายแสง (Brilliance) คือการกระจายแสงสีขาวสว่างมาก เกิดจากการเล่นแสงที่กระทบกับเหลี่ยมของเพชร โดยแสงจะกระจายฟุ้งเจิดจ้าออกจากตัวเพชร ให้ความงดงามแบบหรูหราไม่เหมือนใคร ไม่เพียงแต่คุณสมบัติความสว่างของเพชรที่ทำให้เกิดการประกายแสงแบบ Brilliance แต่ความขัดแย้งของสี (Light contrast) ก็เป็นตัวแปรสำคัญเช่นกัน 

ประกายแสงสีรุ้ง (Fire)

ประกายแสงสีรุ้ง (Fire) การสะท้อนแสงแบบสีรุ้ง ตัวเพชรจะมีการประกายแสงจ้าสีรุ้ง เกิดจากเหลี่ยมมุมของเพชรทำหน้าที่เหมือนกับปริซึม (Prism) ทำให้เกิดการหักเหของแสง เกิดเป็นแสงระยับหลากสีคล้ายสีของรุ้ง ที่แสงมีลักษณะบิดไปมาบนตัวเพชร

ความระยิบระยับ (Sparkle)

ความระยิบระยับ (Sparkle) ของตัวเพชรจะมีการเล่นแสงแบบระยิบระยับเมื่อมีการขยับเพชรไปมา ทำให้เกิดแสงเหมือนกับแสงไฟวิบวับไปมานั่นเอง

ความสมมาตรของแสง (Light Symmetry) เป็นการกระจายแสงของเพชรที่มีการเจียระไนออกมาเป็นแบบรูปหัวใจเมื่อมองจากด้านบนของเพชร และลูกธนูเมื่อมองจากด้านล่าง แสงที่ประกายออกมาก็จะแตกต่างกันออกไปเมื่อมองจากทั้งสองฝั่ง เป็นการให้การเล่นแสงที่เป็นเอกลักษณ์
 

วัดระดับ Light Performance ของเพชรได้อย่างไร
 

วัดระดับ Light Performance ของเพชรได้อย่างไร

การวัดระดับ Light Performance ของเพชรนั้น มีด้วยกัน 2 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 วัดเกรดของตัวแปร

ตัวแปรสำคัญของ Light Performance ในแต่ละตัว สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ระดับ ได้แก่ ระดับพิเศษ(Exceptional) ระดับสูงมาก (Very high) ระดับสูง (High) ระดับมาตรฐาน (Standard) และระดับต่ำ (Minimum)
 

ประกายแสง (Brilliance)

โดยแบ่งประกายแสง (Brilliance) ของ Light Performance ออกเป็น 5 ระดับ ดังนี้

  • ระดับพิเศษ (Exceptional) แสงกระจายตัวสูงสุด ให้ความขาวสว่างฟุ้งออกจากเรือนเพชรชัดเจน

  • ระดับสูงมาก (Very high) แสงกระจายตัวระดับสูงมาก ให้ความขาวสว่าง

  • ระดับสูง (High) แสงกระจายตัวระดับสูง ให้ความขาวสว่าง

  • ระดับมาตรฐาน (Standard) แสงกระจายตัวระดับมาตรฐาน ความสว่างน้อย

  • ระดับต่ำ (Minimum) การกระจายแสงน้อย ความสว่างเจิดจ้าต่ำ
     

ประกายแสงสีรุ้ง (Fire)

โดยแบ่งประกายแสงสีรุ้ง (Fire) ของ Light Performance ออกเป็น 5 ระดับ ดังนี้

  • ระดับพิเศษ (Exceptional) เพชรเล่นแสง หักเหแสงระดับสูงสุด ประกายแสงสีรุ้งระยิบระยับชัดเจน 

  • ระดับสูงมาก (Very high) เพชรเล่นแสง หักเหแสงระดับสูงมาก ประกายแสงสีรุ้งระยิบระยับน้อยกว่าระดับพิเศษเล็กน้อย 

  • ระดับสูง (High) เพชรเล่นแสง หักเหแสงระดับสูง ประกายแสงสีรุ้งระยิบระยับ

  • ระดับมาตรฐาน (Standard) เพชรเล่นแสง หักเหแสงปานกลาง ประกายแสงสีรุ้งระยิบระยับใกล้เคียงกับระดับสูง

  • ระดับต่ำ (Minimum) เพชรเล่นแสง หักเหแสงระดับต่ำ ประกายแสงสีรุ้งเล็กน้อย แต่ยังมีความใสและสว่าง
     

ความระยิบระยับ (Sparkle)

โดยแบ่งความระยิบระยับ (Sparkle) ของ Light Performance ออกเป็น 5 ระดับ ดังนี้

  • ระดับพิเศษ (Exceptional) เพชรสะท้อนแสงระดับสูงสุด ให้ความระยิบระยับสูงเมื่อขยับไปมา

  • ระดับสูงมาก (Very high) เพชรสะท้อนแสงระดับสูงมาก ให้ความระยิบระยับสูงเมื่อขยับไปมา

  • ระดับสูง (High) เพชรสะท้อนแสงระดับสูง ให้ความระยิบระยับสูงเมื่อขยับไปมา

  • ระดับมาตรฐาน (Standard) เพชรสะท้อนแสง และให้ความระยิบระยับระดับปานกลางเมื่อขยับไปมา

  • ระดับต่ำ (Minimum) เพชรสะท้อนแสง และให้ความระยิบระยับระดับต่ำเมื่อขยับไปมา
     

ความสมมาตรของแสง (Light Symmetry)

โดยแบ่งความสมมาตรของแสง (Light Symmetry) ของ Light Performance ออกเป็น 5 ระดับ ดังนี้

  • ระดับพิเศษ (Exceptional) เพชรมีความสว่าง สะท้อนได้ระดับสูงสุด เห็นเป็นแบบรูปหัวใจ และลูกศรชัดเจน

  • ระดับสูงมาก (Very high) เพชรมีความสว่าง สะท้อนได้ระดับสูงมาก เห็นเป็นแบบรูปหัวใจ และลูกศรชัดเจน

  • ระดับสูง (High) เพชรมีความสว่าง สะท้อนได้ระดับสูง เห็นเป็นแบบรูปหัวใจ และลูกศรค่อนข้างชัดเจน

  • ระดับมาตรฐาน (Standard) เพชรมีความสว่าง สะท้อนแสงได้น้อย เห็นเป็นแบบรูปหัวใจ และลูกศรไม่ชัดเจน

  • ระดับต่ำ (Minimum) เพชรมีความสว่าง สะท้อนแสงได้น้อยมาก ไม่สามารถมองเห็นเป็นแบบรูปหัวใจ และลูกศรได้อย่างชัดเจน
     

ขั้นตอนที่ 2 กำหนดเกรดสุดท้าย (Total Grade)

ขั้นตอนที่สองเป็นการกำหนดเกรดขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งจะเป็นการบ่งบอกถึงความงดงามของตัวเพชรแต่ละเม็ด มีการกำหนดเกรดไว้ที่ระดับต่ำ (Low) ไปจนถึงระดับสูงสุด (Ultimate) และในแต่ละเกรดก็จะแบ่งย่อยออกเป็นอีกเกรดหนึ่ง 

ซึ่งใช้ระบบการให้ดาวเข้ามาเป็นตัวชี้วัด เกรดสุดท้าย (Total Grade) นั้นสามารถแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้

ระดับ Low

เพชรที่อยู่ในระดับ Low คือมีแสงสะท้อนน้อย และจำกัด ไม่สามารถเล่นแสงได้อย่างสวยงาม 

ระดับ Classic

ในระดับ Classic เพชรมีการสะท้อน และการเล่นของแสงในระดับดี ให้ความสวยงามแบบคลาสสิค

ระดับ Premium

ระดับ Premium เพชรมีความสวยงาม ให้การสะท้อนแสง เล่นแสง กระจายแสง ความสว่างสดใส และความระยิบระยับในระดับดีเยี่ยม 

ระดับ Ultimate

ระดับ Ultimate เป็นเกรดที่หายาก มี Light Performance ที่ดีเยี่ยม ตัวเพชรเจียระไนสวยงาม
 

เหนือกว่า 3EX คือ Ultimate Light Performance
 

เหนือกว่า 3EX คือ Ultimate Light Performance

3EX (Tripple Excellent) ตัวกำหนดมาตรฐานการเจียระไรเพชร ซึ่งอย่างที่รู้กันว่าความสวยงามของเพชรนอกจากคุณสมบัติโดยธรรมชาติแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับการเจียระไนของเพชรด้วยเช่นเดียวกัน สามารถแบ่งตัวแปรออกได้เป็น 3 ตัว หรือก็คือ 3EX ประกอบไปด้วย Cut (การเจียรไน) Polish (การขัดเงา) และ Symmetry (ความสมมาตร)

แต่ที่เหนือกว่า 3EX ก็คือ Ultimate Light Performance ซึ่งให้คุณได้สัมผัสความงดงามของเพชรได้ด้วยตาเปล่า ความเลอค่าของเพชรแท้ที่ Aurora Diamond ได้คัดสรรออกมาเพื่อให้ได้เพชรแท้ที่สมบูรณ์แบบ มีประกายแสงเหนือกว่า โดยพบเพียง 2% ในโลกเท่านั้น Aurora Diamond - LEVA Collection ได้คัดสรรสิ่งที่ดีที่สุด เพชรที่เปล่งประกายแสงที่เหนือระดับ สมบูรณ์แบบทั้งแบบประกายแสง (Brilliance) ประกายแสงสีรุ้ง(Fire) ความระยิบระยับ (Sparkle) และความสมมาตรของแสง (Light Symmetry) ผ่านการรับรองโดย 2 สถาบันชั้นนำระดับโลก De Beers Institute of Diamond (เดอเบียร์ส) และ Sarine (ซารีน)
 

สรุป

Light Performance คือ การประกายแสงของเพชร เป็นตัวชี้วัด และเพิ่มมูลค่าให้กับเพชรเม็ดงาม เพชรที่มีความงดงาม และมีมูลค่า คือเพชรที่สามารถสะท้อนแสงได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีการรั่วของแสงน้อย เงางาม และผ่านการเจียระไนมาอย่างพิถีพิถันจากช่างผู้เชี่ยวชาญ ซึ่ง Light Performance เป็นส่วนสำคัญในการเลือกเพชรที่นอกเหนือจากหลัก 4Cs การเลือกเพชรที่มี Light Performance ระดับสูง จะช่วยให้คุณได้เป็นเจ้าของเพชรแท้ที่สวยงาม ทรงคุณค่า และมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร 

tags

Facebook Messenger
Line